วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์

[ ดูแผนที่อำเภอ คลิกที่นี่ ]
 คำขวัญจังหวัด เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม
 คำขวัญอำเภอ เมืองโบราณนานเนา มะพร้าวเผา น้ำตาลหวาน ศาลหลักเมืองศักดิ์สิทธิ์ เศรษฐกิจก้าวหน้า ขาหมูรสดี มีภาษานางรอง
 ที่อยู่ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการอำเภอนางรอง ถนนสืบสหการ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 31110
 หมายเลขโทรศัพท์ 0-4463-1377,0-4463-1499
 หมายเลขโทรสาร 0-4463-1377,0-4463-1499
 เว็บไซต์อำเภอ  
 ข้อมูลทั่วไป

1.ประวัติความเป็นมาอำเภอนางรองตั้งขึ้นเป็นอำเภอ  เมื่อ พ.ศ.  2444  เมืองนางรองเป็นเมืองโบราณ  เคยเป็นที่อยู่ของชนชาติขอม  เมื่อขอมเสื่อมอำนาจมอญก็เข้ามามีอำนาจ  ไทยจึงได้เข้าครอบครองดินแดนแถบนี้  ในสมัยกรุงสุโขทัย  หรือกรุงศรีอยุธยาตอนต้น  มีเจ้าเมืองปกครองตลอดมา  จนในปี พ.ศ.  2435  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้โปรดเกล้าฯ จัดระบบการปกครองใหม่ได้รวมเมืองนางรอง  ตลุง (ประโคนชัย) รัตนบุรี พิมาย พุทไธสง เข้าเป็นเมืองเดียวกัน ต่อมารัตนบุรีได้ขึ้นกับสุรินทร์ พิมายไปขึ้นกับนครราชสีมา และตั้งเมืองแปะขึ้นเป็นจังหวัดบุรีรัมย์ นางรองจึงเป็นอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนั้นแบ่งการปกครอง  เป็น 11 ตำบล คือ นางรอง  จะบวก  แพงพวย  ถนนหัก  หนองปล่องยางลาว  ผไทรินทร์  ชุมแสง  ปะคำ  ละหานทราย  และตาเป๊ก  ต่อมาปี  พ.ศ. 2481  ตั้งกิ่งอำเภอ ลำปลายมาศ  ปี พ.ศ. 2504 แยกตำบล ละหานทราย  ปะคำ  ตาเป๊กบางส่วน  ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ละหานทราย  ปี พ.ศ. 2513  แยกตำบลชุมแสงบางส่วน  ตั้งเป็นตำบลหนองกี่  แยกตำบลหนองปล่อง ตั้งเป็นตำบลหนองกง  ปี พ.ศ.  2517  ตั้งตำบลหนองกี่ เป็นกิ่งอำเภอหนองกี่  ปี พ.ศ. 2534  ตั้งกิ่งอำเภอโนนสุวรรณ  แยกตำบลชุมแสง ตั้งเป็นตำบลทุ่งแสงทอง  ปี พ.ศ. 2535  ตั้งกิ่งอำเภอชำนิ  พ.ศ. 2539  แยกตำบลอีสานเขต ตำบลเจริญสุข ตำบลตาเป็ก เป็นอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันมีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  16 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลเมือง 1 แห่ง เทศบาลตำบล 1 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 14 แห่ง และมี 188 หมู่บ้าน 15 ตำบล ประกอบด้วย
  1. ตำบลหนองโสน                    2. ตำบลหนองโบสถ์
  3. ตำบลหัวถนน                       4. ตำบลสะเดา
  5. ตำบลทุ่งแสงทอง                   6. ตำบลชุมแสง
  7. ตำบลถนนหัก                       8. ตำบลนางรอง
  9. ตำบลทรัพย์พระยา              10. ตำบลก้านเหลือง
11. ตำบลหนองกง                      12. ตำบลหนองยายพิมพ์
13. ตำบลหนองไทร                   14. ตำบลบ้านสิงห์
15.ตำบลลำไทรโยง
 
2.เนื้อที่/พื้นที่914 ตร.กม.
3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปแบบมรสุม มี 3 ฤดู ฤดูร้อนช่วงเดือน มีนาคม-มิถุนายน ฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 

 ข้อมูลการปกครอง
1.ตำบล.......15.... แห่ง3.เทศบาล..2.....แห่ง
2.หมู่บ้าน....188.... แห่ง4.อบต........14 ... แห่ง

 ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
1.อาชีพหลัก ได้แก่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น
ทำนา
ปลูกปอ
มันสำปะหลัง
 
2.อาชีพเสริม ได้แก่ทอผ้าไหม
เครื่องจักสาน
ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ  มะพร้าว  ข้าว  มะนาว
 
3.จำนวนธนาคาร
 
มี 9 แห่ง ได้แก่
1.  ธนาคารกรุงไทย                   โทร. 0-4463-2105-6
2.  ธนาคารกรุงเทพฯ                 โทร. 0-4463-1987-9
3.  ธนาคารกสิกรไทย                โทร. 0-4462-4466
4.  ธนาคารทหารไทย                โทร. 0-4463-1456-7
5.  ธนาคารนครหลวงไทย         โทร. 0-4463-1049
6.  ธนาคารออมสิน                    โทร. 0-4463-1998
7.  ธนาคาร ธ.ก.ส.                     โทร. 0-4463-1622
8.  ธนาคารไทยพาณิชย์             โทร. 0-4462-4392
9.  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา           โทร. 0-4462-4318
4.จำนวนห้างสรรพสินค้ามี 2 แห่ง

 ด้านสังคม
1.โรงเรียนมัธยม ได้แก่1.  โรงเรียนนางรอง                            โทร. 0-4463-1566
2.  โรงเรียนนางรองพิทยาคม              โทร. 0-4463-1075
3.  โรงเรียนทุ่งแสงทองพิทยาคม         โทร. 0-4463-1257
4.  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรอง   โทร. 0-4463-1883
5.  โรงเรียนถนนหักพิทยาคม              โทร. 0-4460-5129
6.  โรงเรียนพิมพ์รัฐประชาสรรค์          โทร. 0-4460-5044
7.  โรงเรียนสิงหพิทยาคม                    โทร. 0-4460-1776
8.  โรงเรียนเหลืองพนาวิทยาคม          โทร.
9.  วิทยาลัยการอาชีพนางรอง
 
2.มหาวิทยาลัย ได้แก่ -

 
ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอ
     1.  ทรัพยากรดิน  ลักษระดินร่วนปนทราย  มีความอุดมสมบูรณ์สูงเหมาแก่  การทำการเกษตร
     2.  ทรัพยากรน้ำ  ระดับใต้ดินในบางพื้นที่ การทำนาต้องอาศัยฝน  ลำน้ำ 4 สายไหลผ่าน  คือ  ลำปะเทีย  ลำนางรอง  ลำมาศ  และลำไทรโยง  มีน้ำไหลไม่ตลอดปี
     3.  ทรัพยากรป่าไม้ อำเภอมีพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ  ได้แก่  มีพื้นที่ป่าเบญจพรรณ  ซึ่งขาดความอุดมสมบูรณ์  จำนวน 3 แห่งได้แก่  ป่าเขาอังคาร  ป่าโคกใหญ่  ป่าหนองกันงา
  

 ด้านประชากร
1.จำนวนประชากรทั้งสิ้นรวม 109,640  คน
2.จำนวนประชากรชายรวม 54,010  คน
3.จำนวนประชากรหญิงรวม 55,640 คน
4.ความหนาแน่นของประชากร120 คน/ตร.กม.

 ด้านการคมนาคม
1.ทางบก- รถยนต์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  24
- สถานีขนส่ง หมายเลขโทรศัพท์  0-4463-1443
- สถานีรถไฟ  หมายเลขโทรศัพท์  -
2.ทางน้ำ- ท่าเรือขนส่งโดยสาร  หมายเลขโทรศัพท์  -
- ท่าแพขนานยนต์        หมายเลขโทรศัพท์  -
3.ทางอากาศ- ท่าอากาศยาน             หมายเลขโทรศัพท์  -

 ด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม
1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่1.  ข้าว
2.  ปอ
3.  มันสำปะหลัง
 
2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่
      (แม่น้ำ/บึง/คลอง)
1.  ลำนางรอง
2.  ลำมาศ
3.  ลำไทรโยง
4.  ลำปะเทีย
 
3.โรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่   1. ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานนางรอง  ที่ตั้ง 81 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ม.6     ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง
   2. บริษัทนางรองก้าร์เม้นท์ จำกัด       ที่ตั้ง 105 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ม.6         ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง
   3. บริษัทจำกัดไอเดียการ์เม้นท์          ที่ตั้ง 106 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ม.6        ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง
   4. บริษัทไดเดียแอพพาเอล จำกัด       ที่ตั้ง 106 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ม.6
ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง
   5. บริษัทจำกัดนางรองแปซิฟิคการ์เม้นท์  ที่ตั้ง 46 ถ.จันทร์เทพ ต.นางรอง
อ.นางรอง
 

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ภูมิอากาศ




 ภูมิอากาศ
     1. ภูมิอากาศ ปี 2554
          1.1 อุณหภูมิสูงสุด 38.2 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 12.3 องศาเซลเซียส
                 อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน มี.ค.-มิ.ย. 27.77 องศาเซลเซียส
                 อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน ก.ค.-ต.ค. 27.03  องศาเซลเซียส
                 อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน พ.ย.-ก.พ. 25.17 องศาเซลเซียส
          1.2  ปริมาณรวมทั้งปี   1,302.1  มิลิเมตร
       จำนวนวันที่ตก                119  วัน
      ปริมาณน้ำฝน เฉลี่ย เดือน มี.ค.-มิ.ย. 134.13  ม.ม.
      ปริมาณน้ำฝน เฉลี่ย เดือน ก.ค.-ต.ค. 189.85   ม.ม.
      ปริมาณน้ำฝน เฉลี่ย เดือน พ.ย.-ก.พ. 2.48 ม.ม.
 1.3 ทิศทางลมในแต่ละฤดู
      ฤดูหนาว กลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนกุมภาพันธ์  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ
      ฤดูร้อน กลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม  ลมทิศตะวันออกเฉียงใต้และลมแปรปรวน
      ฤดูฝน กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม  ลมทิศตะวันตกเฉียงใต้
 1.4 แหล่งน้ำ
                  - อ่างเก็บน้ำทุ่งแหลม เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเขตเทศบาล ในฤดูแล้งหรือภาวะน้ำประปาขาดแคลน ประชาชนจะใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคได้ตลอดปี
                  - อ่างเก็บน้ำหนองตาหมู่ เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเขตเทศบาล ประชาชนจะใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคได้ตลอดปี
                  - ลำนางรอง เป็นลำน้ำที่ไหลผ่านเขตเทศบาล ประชาชนจะใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูฝน แต่ในฤดูแล้งจะประสบปัญหาน้ำแห้ง ไม่สามารถใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้
            1.5  ขยะ
                    -ปริมาณขยะในเขตเทศบาลประมาณวันละ 19-20  ตัน
                    -รถที่ใช้กำจัดเก็บขยะ  รวม  6  คัน
                    -ปริมาณขยะที่เก็บได้  ประมาณวันละ  30 ตัน กำจัดโดยวิธีฝังกลบ
    


ประวัติเทศบาลเมืองนางรอง





ประวัติเทศบาลเมืองนางรอง
     เทศบาลเมืองนางรองได้รับการยกฐานะจากสุขาภิบาลนางรองจัดตั้งเป็นเทศบาลเมืองนางรองเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2529 ตามพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษเล่มที่ 103 ตอนที่ 194 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 และได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองนางรอง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2548 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมือง ด้วยพื้นที่ 20.768 ตารางกิโลเมตร คลุมพื้นที่บางส่วนของ 2 ตำบล คือ ตำบลถนนหักและตำบลนางรอง
     นับแต่ได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาล ได้ปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่เป็นอย่างดีมาตลอด แม้จะยังไม่มีสำนักงานถาวรในการปฏิบัติงานก็ตาม ในเบื้องต้นได้ใช้ชั้นบนของที่ว่าการอำเภอนางรองเป็นสำนักงาน ต่อมาขอใช้หอประชุมศาลเจ้าพ่อหลักเมืองนางรองเป็นสำนักงานอยู่ระยะหนึ่ง จนมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และได้ประชุมสภาเทศบาลเป็นครั้งแรก ณ ที่แห่งนี้ จากนั้นจึงได้เช่าอาคารพาณิชย์ของเอกชนเป็นสำนักงานและต่อมาได้ใช้อาคารไม้ 2 ชั้น บนที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ทุ่งดอนแต้วเป็นสำนักงาน จากนั้นจึงได้ก่อสร้างอาคารสำนักงานถาวรขึ้นมาในสถานที่แห่งเดียวกัน และได้เปิดใช้บริการตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2539 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

เขาอังคาร

                                                    https://youtu.be/NgFpSYjNY-c

เพลงคำขวัญเมืองนางรอง

                                                        https://youtu.be/0-s7yzlaTAs

นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้านทั้งที่เป็นเรื่องบอกเล่า และเป็นลายลักษณ์อักษรที่เป็นสมุดข่อยและใบลานมีแพร่หลายในภาคอีสาน โดยเฉพาะในอีสานใต้จะมีการอ้างสถานที่จริงในปัจจุบันประกอบให้ดูเป็นเรื่องจริงจังด้วย สาระของเรื่องดังนี้
เจ้าชายปาจิตเป็นโอรสของกษัตริย์เมืองนครธม เจริญวัยได้ 10 ชันษา พระราชบิดาต้องการให้อภิเษกสมรสแต่เจ้าชายไม่ทรงพอพระหฤทัย จึงเสด็จออกมาแสวงหาสตรีที่อยู่ในอุดมคติได้เสด็จมาบริเวณเมืองต่ำพนมรุ้ง พบสตรีที่มีครรภ์คนหนึ่งเห็นมีลักษณะเด่นน่าสนใจจึงเข้าไปหาขอว่าถ้าบุตรในครรภ์เป็นหญิงคลอดมาแล้วรอแต่งงานด้วย แต่ถ้าเป็นชายก็จะขอเป็นพี่น้องกันตลอดไป เมื่อหญิงคนนั้นคลอดบุตรออกมาเป็นหญิงตรงกับที่ตั้งใจจึงอยู่เลี้ยงดู และช่วยงานครอบครัวนี้ตลอดจนกระทั่งเด็กหญิงคือนางอรพิมพ์เจริญวัยขึ้นพอที่จะแต่งงานได้ จึงอำลากลับไปจัดขันหมาก ทองหมั้นมาจากเมืองนครธม ขณะที่ท้าวปาจิตไม่อยู่ พระเจ้าพรหมฑัตเจ้าเมืองพิมายส่งคนมาลักตัวนางอรพิมพ์ไปบังคับแต่งงานด้วยนางอรพิมพ์ผัดผ่อนมาเรื่อยๆ ประวิงเวลาให้เจ้าชายปาจิตมารับไป
เมื่อเจ้าชายปาจิตนำขันหมากมาไม่พบนางอรพิมพ์ทรงเสียใจโยนเงินทองของหมั้นลงในลำน้ำ ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำมูล ลำน้ำนี้จึงได้ชื่อว่าลำมาศตั้งแต่นั้นมา (มาศะคือเงินทองขณะที่นางอรพิมพ์ถูกลักพาตัวไป นางนั่งร้องไห้คิดถึงท้าวปาจิต ณ จุดนั้นเป็นที่ตั้งเมืองนางรอง ปัจจุบันแต่เดิมชื่อ "นั่งร้อง" คือนางอรพิมพ์นั่งร้องไห้
เจ้าชายปาจิตติดตามนางอรพิมพ์ไปถึงเมืองพิมายเป็นเวลาที่พระเจ้าพรหมฑัตจัดพิธีอภิเษกสมรสกับนางอรพิมพ์พอดี และเป็นช่วงเวลาที่จะส่งตัวนางอรพิมพ์เข้าหอเมื่อเจ้าชายปาจิตไปถึงนางอรพิมพ์ดีใจร้องออกมา "พี่มา" (พี่ชายตามมาถึงแล้ว) ตั้งแต่นั้นมาเมืองนั้นได้ชื่อว่าเมืองพี่มาและเพี้ยนเป็นพิมายภายหลัง
เจ้าชายปาจิตพานางอรพิมพ์หนีออกจากเมืองพิมายเดินทางกลับนครธม แต่มีอุปสรรคนานัปการจนพลัดจากกัน นางอรพิมพ์คิดว่าค0งไม่มีโอกาสพบกันอีกจึงขอแปลงเพศเป็นชาย บวชเป็นพระจนได้เป็นสังฆราช การแปลงเพศก่อนบวชพระได้นำลักษณะของหญิงฝากไว้กับต้นไม้ คือ ส่วนหน้าอกฝากไว้กับต้นงิ้วป่า หมานงิ้ว จึงมีลักษณะเหมือน "นม" สตรี ส่วนเครื่องหมายเพศหญิงนำไปฝากกับต้นมะกอกโคก (ตามภาษาลาว) แต่ภาษาเขมรเรียกว่า ต้นขะนุย ขมอยจ ซึ่งมีอยู่ตามภูเขาไฟ เช่นพนมรุ้ง



นิทาน ตำนาน เมือง นางรอง

ตำนานเมืองนางรอง
วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องเมืองนางรอง มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายสำนวน แต่ในที่นี้จะนำเสนอเพียง 2 สำนวน ดังนี้
สำนวนที่ 1 นางอรพิมพ์หนีท้าวพรหมทัตเจ้าเมืองพิมายมากับท้าวปาจิต โอรสเจ้าเมืองนครธม นางอรพิมพ์นั่งร้องไห้เพราะท้าวปาจิตต์ถูกงูกัดตายที่นี่ เลยเรียกเมืองนี้ว่า นางร้อง แล้วเพี้ยนมาเป็น นางรอง
สำนวนที่ 2 เล่าขานกันว่า สมัยของพระเจ้าชัยวรมันแห่งนครธม พระองค์มีพระราชโอรสองค์หนึ่งนาม เจ้าชายปาจิตต์ เมื่ออายุครบ 18 ชันษา โหรได้ทำนายไว้ว่าหญิงที่จะมาเป็นพระชายาของเข้าชายยังไม่ถือกำเนิด และอยู่ห่างจากนครธมมาก บิดามารดาของหญิงผู้นั้นเป็นคนธรรมดา ทำไร่อยู่ที่ภูเขาแห่งหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นเขาไปรบัดหรือเขาพนมรุ้ง เวลานี้จวนถือกำเนิดจากครรภ์มารดาแล้ว ควรจะให้มีผู้พิทักษ์รักษาความปลอดภัย
เจ้าชายปาจิตต์เชื่อในคำทำนายนั้นจึงออกตามหา โหรกราบทูลเพิ่มเติมว่า บิดามารดาของหญิงผู้นั้นมีอายุเกินหกสิบปีแล้ว มารดาของหญิงนั้นไม่ว่าจะย่างเท้าไปทิศไหนก็จะมีคนกั้นร่ม หรือสัปทนให้เสมอ แต่จะมีเพียงท้าวปาจิตต์เท่านั้นที่แลเห็นนาง ที่อยู่ของหญิงผู้นี้อยู่ทางทิศพายัพของนครธม ต้องเดินด้วยเท้าหลายวันจึงจะถึง เมื่อเจ้าชายเดินทางมาทิศตะวันตกได้พบม้าลักษณะงามตัวหนึ่ง (แซะลออ เป็นภาษาเขมร แปลว่า ม้างาม) ครั้นถึงเมืองนางรองที่บ้านหินโคน สืบเสาะได้ความว่าที่เขาพนมรุ้งมีคนทำไร่ และมีลักษณะดังคำทำนายอาศัยอยู่จริง จึงได้เดินทางไปและแจ้งให้บิดามารดาของนางทราบโดยละเอียด
ต่อมาเจ้าชายได้แจ้งเรื่องไปยังพระราชบิดาที่นครธม ให้เกณฑ์ผู้คนตัดถนนฝังหลักเขตจากเขาพนมรุ้งไปถึงนครธม (ดังปรากฏหลักหินมาถึงทุกวันนี้ที่บ้านจะบวก ต.นางรอง 1 หลัก บ้านหินโคนน้อย 1 หลัก และที่บ้านหินโคนดง 1 หลัก รวม 3 หลัก หลักหินที่ฝังไว้นี้สันนิษฐานว่าคงฝังเป็นระยะทาง 400 เส้น ต่อ 1 หลัก ทางหรือถนนที่สร้างขึ้นไว้นั้น น่าจะเป็นทางเดินช่องแซะละออทุกวันนี้ แต่เพี้ยนมาเป็นช่องสายออหรือช่องกุ่ม)
หลังจากหญิงชาวไร่คลอดบุตรหญิงออกมาจนมีอายุครบ 16 ปี มีรูปโฉมงดงามมาก ชื่อ อรพิมพ์ เจ้าชายหลงใหลรักใคร่ในตัวนางมากจึงเตรียมที่จะอภิเษกตามราชประเพณี
กล่าวถึงอีกเมืองหนึ่ง คือ เมืองพิมาย ผู้ครองนคร คือ ท้าวพรหมทัต ครองเมืองหน้าด่านดูแลต่างพระเนตรพระกรรณของพระเจ้านครธม (สันนิษฐานว่าเมืองพิมายเดิมน่าจะเรียกว่าพี่มา สาเหตุมาจากนางอรพิมพ์ เมื่อพบกับเจ้าชายปาจิตต์ก็อุทานออกมาว่า พี่มา เมื่อนานเข้าก็เพี้ยนเป็นพิมาย จนทุกวันนี้) ท้าวพรหมทัตมีความร้อนรุ่นใจใคร่ออกไปเที่ยวป่า รอนแรมมาจนถึงพนมรุ้ง ตั้งค่ายพักแรมที่ริมสระน้ำใหญ่เรียกว่า สระเพลิง (อาจเป็นทะลเมืองต่ำ บ้านโคกเมือง อ.ประโคนชัย ในปัจจุบัน) อยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาทหิน เมื่อได้ขึ้นไปบนปราสาทก็พบหญิงสาวโฉมงาม จึงอยากได้นางไปเชยชม จึงได้ให้ทหารของตนฉุดคร่านางจากบิดามารดาและทหารของเจ้าชายปาจิตต์จนสำเร็จ ท้าวพรหมทัตต์นำตัวนางอรพิมพ์ไปยังเมืองพิมายโดยไม่รู้ว่านางเป็นคู่หมั้นของท้าวปาจิตต์ ระหว่างที่เดินทางมาถึงบ้านจะบวก นางอรพิมพ์ได้ขอร้องให้ท้าวพรหมทัตหยุดพักการเดินทาง เพื่อหาโอกาสส่งข่าวให้เจ้าชายปาจิตต์ทราบ แต่ท้าวพรหมทัตไม่ยอม ครั้นเดินทางมาถึงลำน้ำทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองนางรอง นางอรพิมพ์ได้ลงจากช้างและนั่งร้องไห้ที่ริมฝั่งน้ำ ครวญถึงบิดามารดาและเจ้าชายปาจิตต์ ต่อมาได้เรียกลำน้ำนี้ว่า ลำน้ำนางร้อง และเพี้ยนมาเป็นลำน้ำนางรอง ภายหลังจากหยุดพักพอสมควรแล้วก็เดินทางต่อจนถึงเมืองพิมายโดยที่มีทหารของเจ้าชายปาจิตต์สะกดรอยตามไปจำนวนหนึ่งและอยู่ปะปนไปกับผู้คนในเมืองเพื่อหาโอกาสช่วยเหลือและรอเจ้าชายยกทัพมาสมทบ
ฝ่ายเจ้าชายปาจิตต์ยกทัพมาตามเส้นทางเดิม โดยไม่หยุดพักทั้งกลางวันและกลางคืน ผ่านบ้านแซะ (เมืองครบุรี) สระประทีป และมาสว่างที่บ้านเสิงสาง (อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน) แล้วเดินทางมาถึงลำน้ำลงเรือที่บ้านวังบุกระถิน (ลำปลายมาศในปัจจุบัน) เห็นข้าราชบริพารของท้าวพรหมทัตเตรียมเรือขันหมากไว้สองลำ เห็นดังนั้นจึงโกรธแค้นท้าวพรหมทัตมาก จึงจมเรือขันหมากเสียในลำนำนี้ (ลำน้ำนี้จึงได้ชื่อว่า ลำปลายมาศ เพราะมีทองขันหมากจมอยู่มากมาย) และเปลี่ยนจากการไปทางเรือไปทางรถม้าแทน เมื่อถึงบ้านกงรถก็ทิ้งรถไว้ ที่นี่จึงได้เรียกว่า บ้านกงรถ มาจนทุกวันนี้ (บ้านกงรถ อยู่ในเขต ต.กงรถ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา) จากนั้นเจ้าชายได้ปลอมตัวเป็นคนสามัญ เดินทางต่อไปยังเมืองพิมายตามหานางอรพิมพ์จนพบ เมื่อพบกันครั้งแรกนางอรพิมพ์ได้อุทานด้วยความยินดีว่า พี่มาแล้ว ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้นเจ้าชายจึงได้ฆ่าท้าวพรหมทัต และนำตัวนาวอรพิมพ์กลับเมืองนครธม โดยเดินทางผ่านทุ่งกระเต็นในปัจจุบัน ซึ่งห่างจากเมืองพิมายมาไกลมาแล้ว และได้มีการเลี้ยงฉลองเต้นรำกันที่ทุ่งแห่งนี้ จนเรียกขานว่า ทุ่งกระเต้น ต่อมาเพี้ยนเป็น ทุ่งกระเต็น รุ่งขี้นได้เดินทางผ่านเส้นทางเดิมและวกมาทางทิศตะวันออกจนถึงทุ่งแห่งหนึ่งก็หยุดพักผ่อน ซึ่งทุ่งนี้ต่อมาเรียกว่า ทุ่งอรพิมพ์ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านหนองทองลิ่ม ห่างออกไปทางทิศใต้ประมาณ 100 เส้น จากนั้นออกเดินทางต่อไปถึงบ้านแซะละออเข้าสู่นครธม และได้อภิเษกกับนางอรพิมพ์เป็นกษัตริย์กับมเหสีในที่สุด (คณะกรรมฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 121-123) **มีปราสาทชื่อ ปราสาทประจิต เป็นปราสาทร้างยังไม่ขึ้นทะเบียน อยู่บ้านหนองเสม็ด อ.นางรองด้วย